เรื่องซนๆ ของคนโลโม่

posted on 15 Oct 2008 23:29 by thetimemachine
เรียนไม่รู้จบ

เรื่องซนๆ ของคนโลโม่

รมณ รวยแสน

สุดสัปดาห์ก่อน ร้าน roominteriorproduct ร่วมกับ สยามดิสคัฟเวอรี่ จัดเวิร์คชอป 'สนุกกับโลกต่างมิติด้วยกล้องโลโม่' มีวิทยากรเป็นคนรักโลโม่มาช่วยกันแนะนำเทคนิคการถ่ายภาพแนวนี้ จัดงานสองวันด้วยกัน ในวันที่เราแวะไป มี ทอม - เทอดธรรม รัตนประทีป และ แก้ว - กอแก้ว กอวัฒนา ทำหน้าที่เปิดประตูทะลุมิติในวันนั้น

เวิร์คชอปเริ่มต้นแนะนำให้รู้จักกับกล้องโลโม่ หรือ Lomo กันพอสังเขป ไม่ว่าจะเป็นจุดเริ่มของกล้องชนิดนี้เกิดขึ้นราวๆ ปี ค.ศ.1982 ที่ประเทศรัสเซีย ใช้ชื่อว่า Lomo LC-A (โลโม่ แอลซีเอ) เกิดขึ้นช่วงสงคราม นอกจากตอบสนองความต้องการกล้องราคาถูกแล้ว ยังสามารถใช้งานในราชการทหารแบบสายลับด้วย เป็นกล้องราคาถูก วัสดุที่ใช้คุณภาพถูกตามด้วย เลนส์มี 2 แบบ คือ เลนส์พลาสติกและเลนส์กระจกธรรมดา จึงทำให้เกิดขอบมืดหรือ Vignette ทั้ง 4 ด้าน อันเป็นเอกลักษณ์ของกล้องที่ว่านี้ด้วย

จากนั้นในปี 1991 นักศึกษาชาวออสเตรีย 2 คนพบ Lomo LC-A ที่ร้านขายของเก่าแห่งหนึ่งในกรุงปราก จึงซื้อมาถ่ายเพื่อความสนุก แต่เมื่อนำภาพไปล้างอัด นอกจากได้พบกับภาพสีแปลกๆ ฉีกกฎเกณฑ์ธรรมดาออกไปแล้ว ยังได้พบกับอิสรภาพของการถ่ายรูป ถ่ายอะไรก็ได้ อย่างไรก็ได้ โดยไม่อาจคาดเดาผลที่จะได้รับ

ปัจจุบันกล้อง Lomo จัดอยู่ในกลุ่มกล้องของเล่นหรือ Toy Camera มีหลายยี่ห้อ ส่วนแบบดั้งเดิมนั้นไม่ผลิตแล้ว แต่ละตัวจะมีเอกลักษณ์ของแต่ละยี่ห้อด้วย

สิ่งที่ทำให้คนติดอกติดใจการถ่ายภาพด้วยกล้องแบบนี้ มีหลายส่วนประกอบรวมกัน หลายคนเรียกมันว่ากล้องของเล่น มันจึงมีลูกเล่นอยู่มาก ให้ภาพที่แปลกหูแปลกตาไปจากกล้องทั่วไป รวมไปถึงสีสันของกล้องด้วย อย่างเช่น เจ้าฟิชอาย (Fish eye) ที่คุณแก้ว เล่าให้เพื่อนๆ ฟังในเวิร์คชอปว่า ถ่ายภาพออกมาแล้วจะเป็นรูปกลมๆ เพราะมีมุมมองรับภาพได้ถึง 170 องศา

ฟิชอายเหมาะจะถ่ายภาพในระยะประชิดหรือไม่เกินหนึ่งคืบมือ และเหมาะจะถ่ายกันในหมู่เพื่อนสนิท (จริงๆ) เพราะภาพจะดูผิดเพี้ยนไปจากปกติ ถ้าถ่ายหน้าคนก็อาจจะบิดๆ เบี้ยวๆ ตาอาจบวมๆ หรือจมูกปูดๆ ก็ได้ และสีสันก็เช่นกันอาจเพี้ยนเกินจริง

แก้ว บอกว่า คอนเซปต์ของกล้องแนวนี้ไม่เฉพาะฟิชอาย คือ เราไม่จำเป็นต้องรู้ผลล่วงหน้า เพราะรู้ทีหลังสนุกกว่า

"ในปาร์ตี้ ถ้าพกฟิชอายไปด้วย ก็จะสนุกขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของปาร์ตี้ นอกจากเลนส์ที่จะให้ภาพเพี้ยนๆ แล้ว ฟิชอายมีสองรุ่น ยิ่งรุ่นที่ออกมาระยะหลังนี้ก็ใช้เฟรชสีได้ ถ่ายซ้ำได้ คือ กดถ่ายภาพไปแล้ว กดให้ฟิล์มมันหมุนกลับ เพื่อถ่ายภาพซ้ำลงไปอีก ก็ให้ภาพที่แปลกหูแปลกตายิ่งไปอีก" แก้ว ว่า นอกจากในปาร์ตี้แล้ว ฟิชอายก็ถ่ายภาพกลางแจ้งได้สวยมาก โดยเฉพาะริมทะเล

ด้วยความที่เป็นกล้องฟิล์ม ความสนุกของการถ่ายภาพด้วยกล้องโลโม่ ก็มีวิธีสร้างสรรค์ภาพโดยการเลือกใช้ฟิล์มและวิธีการล้างแบบต่างๆ บางคนก็ชอบใช้ฟิล์มขาวดำ บางคนถ่ายแบบเนกาทีฟ แล้วล้างด้วยน้ำยาล้างฟิล์มสไลด์ จะให้สีตุ่นๆ และบางคนก็ถ่ายด้วยฟิล์มสไลด์ แล้วล้างน้ำยาเนกาทีฟ มันจะให้สีสด

สำหรับคุณทอม ชอบใจการถ่ายด้วยกล้อง Lomo LC-A เพราะชอบถ่ายภาพแบบ Snap คน เน้นจังหวะภาพ หรือเหตุการณ์อะไรที่กะทันหัน แล้ว LC-A ก็กะทัดรัดเหมาะกับเหตุการณ์ แล้วมันก็ให้ภาพแบบที่มีขอบมืดๆ หรือ Vignette สวยดี และส่วนตัวจะถ่ายด้วยฟิล์มเนกาทีฟ และล้างแบบเนกาทีฟ แบบปกติธรรมดา เพราะยังอยากได้ภาพที่เห็นรายละเอียดพวกเส้นสายหรือสีหน้าของคนในภาพ

"ชอบถ่ายภาพแบบเข้าไปใกล้ๆ ส่วนหนึ่งก็เรื่องคุณภาพ ถ้าถ่ายไกลๆ คุณภาพสู้กล้องทั่วไปไม่ได้ ต้องเข้าไปถ่ายใกล้ๆ และนั่นก็ทำให้มันสนุกดี เพราะตื่นเต้นดี" ทอม เล่า

แม้กล้องโลโม่หรือ Toy Camera จะมีลูกเล่นแตกต่างกันไปตามแต่ละรุ่นหรือยี่ห้อ แต่อย่างเดียวกันที่ทำให้คนจำนวนไม่น้อยติดอกติดใจ ก็คือ การได้ถ่ายรูปแบบไม่ต้องอยู่ใต้กติกา มีเทคนิคที่บอกกันต่อๆ มาและใช้ได้จริงก็คือ เทคนิคกด (ชัตเตอร์) เลย ไม่ต้องเล็ง

"ถ้าเราจะถ่ายรูปแบบกล้องทั่วไป ต้องเริ่มที่พื้นฐานการถ่ายรูป มีแบบแผน มีกติกา แต่เราไม่รู้แล้ว ก็ไม่อยากเริ่มแบบนั้นด้วย มันยากเกินไป ก็ชีวิตมันซับซ้อนอยู่แล้ว แล้วถ่ายรูปนี่ก็เป็นงานอดิเรก ไม่อยากมีกรอบ แต่ถ้าเป็นโลโม่ ก็สนุกตั้งแต่ตอนกดชัตเตอร์เลย" แก้ว เล่า

คงจะเป็นเหมือนเพื่อนที่คุยกันได้ไม่ต้องมีแบบแผนพิธีการมาก ก็เลยทำให้เปิดใจให้กันได้มาก แก้วบอกถึงความเปลี่ยนแปลงของตัวเองว่า เมื่อก่อนเป็นคนชอบถ่ายรูปอยู่แล้ว แต่ชอบถ่ายรูปแบบที่มีตัวเองอยู่ในนั้น เวลาไปเที่ยวก็ชอบถ่ายแต่รูปตัวเอง แต่กล้องโลโม่ มันทำให้เราอยากเป็นคนสร้างสรรค์ (ภาพ) ขึ้นมา คือเป็นคนถ่ายมากกว่าจะอยากเป็นแบบ

"แล้วมันทำให้รู้สึกว่าวันหยุดมีค่าขึ้น เพราะปกติหยุดก็ดูหนัง ฟังเพลง แต่ทุกวันนี้ก็แบ่งเวลาให้สำหรับการถ่ายรูป มันทำให้เราท่องเที่ยวมากขึ้นเดินตามท้องถนนมากขึ้น สังเกตมากขึ้น มองผู้คนมากขึ้น" แก้ว บอกว่า ตอนนี้พกกล้องถ่ายรูปทุกวัน แม้แต่วันที่ไปทำงาน เพราะระหว่างทางมักจะพบกับสถานการณ์ที่อยากจะ 'กด' เพื่อ 'เก็บ' ไว้

สำหรับ ทอม ว่า แนวการถ่ายรูปแบบนี้ แบบถ่ายใกล้ๆ ไม่ต้องเล็ง ไม่ต้องจัดองค์ประกอบ ทำให้เขากล้าถ่ายรูปมากขึ้น

"มันทำให้ผมกล้าถ่ายรูปมากขึ้น เมื่อก่อนถ้าจะถ่ายรูปก็ต้องเป็นโอกาสพิเศษ แต่ตอนนี้ถ่ายรูปทุกวัน ชอบถ่ายรูปตามถนน มันกลายเป็นชีวิตประจำวัน เมื่อก่อนว่างก็ไปเที่ยว ดูหนัง ชอปปิง ตอนนี้ก็มีเพิ่ม ถ้าว่างก็ไปถ่ายรูปกัน"

 

 ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/bodyheart/20070904/news.php?news=column_24678100.php

Comment

Comment:

Tweet

เพิ่งเริ่มเล่นคับ หุหุ
ชอบเหมือนกัน

#3 By ~•JOe•~ on 2009-05-06 20:29

confused smile confused smile confused smile

#2 By thetimemachine on 2008-10-15 23:36